[Trans] Music Bank Mag Vol 12

posted on 10 Nov 2011 16:12 by t-satsuki  in Trans

จากเด็กชายที่น่ารัก เติบโตเป็นผู้ใหญ่

 

อัลบั้มใหม่ Don’t Touch My Girl ได้ทำงานร่วมกันกับโปรดิวเซอร์ชื่อดังของเกาหลี Sweettune

 

เพลงไตเติ้ล Don’t Touch My Girl ที่ดึงเสน่ห์ของพวกเขาออกมาอย่างเต็มที่ เป็นเพลงป๊อปสไตล์ใหม่ที่มีไลน์เมโลดี้ที่แข็งแรงเป็นเสน่ห์

 

 

(ดงฮยอน : เป็นเพลงที่มีบีทกับเมโลดี้สนุกสนาน แต่ว่าเนื้อเพลงค่อนข้างสื่อถึงอารมณ์ เป็นเนื้อหาประมาณว่า เสียดานที่เห็นผู้ชายคนอื่น กับแฟนตัวเอง เพราะว่าเมโลดี้กับเนื้อเพลงนั้นไม่เหมือนกัน ตรงกันข้าม ทำให้รู้สึกว่าแปลกใหม่ครับ เป็นเพลงที่ทำให้เห็นด้านที่แมนๆของพวกผมอย่างมากเลยล่ะครับ)

 

(กวังมิน : เพลง You’re My Lady เป็นเพลงอินโทรที่อยู่หน้าเพลง Don’t Touch My Girl ใช้อิเล็กทรอนิกส์ซาวน์ บรรยากาศของเอนดิ้งที่เสร็จสมบูรณ์ อัลบั้มนี้ แสดงออกถึงสีโดยรวม(?) นอกจากนั้น เพลงไตเติ้ล Don’t Touch My Girl ยังเป็นเหมือนคำเตือนด้วยครับ ถ้าฟังเพลงนี้ติดกันหลายๆรอบ จะสามารถเข้าใจถึงบรรยากาศของเพลงได้เลยล่ะครับ)

 

 

นอกจากเพลงนี้แล้ว ก็อยากได้รับการบันทึกเสียงด้วยกันมากกว่านี้อีก เพลงนี้ก็ Sweettune เป็นคนดำเนินการดูแล มี New Jack Swing เป็นรากฐานของUrban Sound ภาพลักษณ์ที่สดใสร่างเริง ปราดเปรียวช่างเหมาะสมกับพวกเขา

 

(จองมิน : เป็นเพลงที่เกี่ยวกับความรู้สึกของเด็กชายที่ตกหลุมรัก ที่ร้องแบบร่าเริงและปราดเปรียวครับ คลายเชือกด้วยความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา ทั้งๆที่ยังลังเลกับความรักที่อยู่ๆก็เข้ามาเยี่ยมเยือน เป้าหมายของพวกผมจากนี้คือ เพลงที่ยืนยันได้ครับ)

 

 

ถึงแม้ว่าตอนเดบิวต์เพลง Boyfriend จะเป็นลุคที่น่ารักและสดใส แต่ครั้งนี้เป็นลุคใหม่ที่เท่ขึ้น โดยเฉพาะการแสดงความสามารถพิเศษบนเวที ของพวกเขาที่เพิ่มมากขึ้น กุมหัวใจของสาวๆ และได้รับการตอบรับอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นในอัลบั้มใหม่ของพวกเขาครั้งนี้ ยังได้รับการชื่นชมว่า มีความสามารถในการร้องเพลงที่มั่นคง นอกจากนี้ เมื่อการแสดงและเสียงร้องมารวมกัน ส่งผลให้เกินการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

(มินอู : ด้วยการมีไหวพริบมากมาย ส่งผลให้ถึงเวลาอันสมควรที่จะเปลี่ยนสไตล์ของการร้อง ทิ้งภาพลักษณ์ที่น่ารักๆไป เพื่อความเท่ ถึงจะไม่มาก แต่ก็อยากให้สื่อถึงคนฟัง,ผมฝึกอย่างหนักเลยล่ะ)

 

(ฮยอนซอง : จินตนาการว่า ผู้หญิงของตัวเองโดนผู้ชายคนอื่นแย่งไป แล้วก็แสดงความรู้สึกแล้วร้องออกมาครับ ผมคิดว่าการเข้าใจเนื้อหาของเพลงอย่างแน่นอนแล้วร้องเพลง สำคัญที่สุดครับ ในสถานการณ์ของเพลงมีคำตอบที่ทำให้สื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างดีครับ)

 

 

(ยองมิน : ถ้าดูตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ผมก็น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงสไตล์ของพวกเราทีละเล็กน้อยนะครับ ภาพลักษณ์ผู้ชายที่มีความสามารถพิเศษที่นุ่มนวล(?)เป็นคอนเซปท์ของอัลบั้มนี้ครับ เมมเบอร์ทุกคนเปลี่ยนเป็นตัดผมสั้น เสื้อผ้าก็ด้วยแทนที่จะเป็นเครื่องแบบ ก็เอาเสื้อผ้าที่ใส่พอดีมาใส่ แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของผูชายครับ)

 

ทิ้งความสามารถพิเศษบนเวทีทิ้งไป,เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา

 

 

Boyfriend, ถ่ายมิวสิควีดีโอร่วมกัน ลีเซยอน (นักแสดง(?)) กลายเป็นท๊อปปิคร้อน ลีเซยอน เป็นนักแสดงเด็กยอดนิยม ด้วยความงามและน่ารักของเธอ ทำให้เป็นที่นิยม เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่มีคุณภาพคนหนึ่ง

 

(จองมิน : ผมกับคุณ ลีเซยอน มีซีน ที่ต้องแปรงฟันด้วยกันครับ ผมตื่นเต้นมากไปหน่อย เผลอแปรงฟันให้เธอแรงไปทำให้เหงือกเธอเลือดไหลครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ)

 

(ฮยอนซอง : ผมต้องชู๊ตบาสให้ลงห่วงน่ะครับ แต่ว่าชู๊ตยังไงมันก็ไม่ลงซักที ต้องถ่ายทำหลายชั่วโมงกว่าจะชู๊ตลง เป็นเรื่องที่ไม่มีวันลืมเลยครับ แล้วก็สตาฟทุกคนที่คอยดูอยู่ตลอด ทุกคน ผมต้องขอโทษเค้าจริงๆครับ)

 

 

ถึงแม้ว่าบนเวทีจะแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็เป็นเพียวเด็กหนุ่มธรรมดา เมื่อถามว่า วันว่างของพวกเขาเป็นอย่างไร

 

(มินอู : วันไหนที่ไม่มีงานก็ไปเรียนครับ อีกไม่นานก็จะเป็นช่วงสอบแล้วต้องใจเรียนครับ อยากเจอเพื่อนที่โรงเรียนเร็วๆเหมือนกันนะครับเนี่ย)

 

(ฮยอนซอง : ดูการแสดงของนักร้องคนอื่นๆและมาเปรียบเทียบกับของตัวเองครับ แล้วก็ที่ขาดไม่ได้คือฟังเพลงตามสมัยนิยมครับ เช่น ฮิปฮอป R&B เพลงสากล ก็ฟังเยอะครับ ช่วงนี้ผมติดเพลงของ Bruno Mars ล่ะครับ)

 

(จองมิน : ผมมีความสนใจในเครื่องดนตรีครับ เรียนเปียโนกับกีตาร์อยู่ ผมคิดว่าเวลาตัวเองเล่นดนตรีไปร้องเพลงไปมันช่างมีเสน่ห์จริงๆครับ ซักวันหนึ่ง ผมคิดว่าคงจะดีมาก ถ้าแฟนๆจะเห็นผมเล่นกีตาร์และเปียโนบนเวที)

 

(กวังมิน : ผมอ่านหนังสือเยอะครับ ผมสนใจเรื่องการแต่งเพลง โดยเฉพาะการแต่งท่อนแร๊ป การอ่านหนังสือเยอะ แล้วแต่งเพลงดีๆออกมา คงจะดีมากเลยล่ะครับ)

 

(ดงฮยอน : ผมเป็นพวกสดใสร่าเริง ก็เลยชอบการออกกำลังกายมากครับ ถ้ามีเวลาก็จะไปจ๊อกกิ้งหรือเล่นฟุตบอล แต่ว่า ผมไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น น่าเสียดายมากๆครับ)

 

อัลบั้มใหม่ครั้งนี้ เผยให้เห็นกิจกรรมต่างๆ ,ในฐานะของ K-POP เจเนเรชั่นใหม่ Boyfriend

 

เพื่อแฟนๆต่างชาติที่รอการขึ้นเวทีของพวกเขา ต่อไปพวกเขาบอกว่า กำลังวางแผนในการเดบิวต์ในต่างประเทศอยู่

 

(ดงฮยอน : กำลังค่อยๆดำเนินการอยู่ครั้ง เริ่มแรก พวกเราจะเริ่มทำกิจกรรมที่ญี่ปุ่นในปีหน้าครับ ตอนนี้ก็กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างขยันขันแข็ง แล้วก็ยังฝึกซ้อมกันอย่างหนัก อยากไปเจอแฟนๆเร็วๆจังเลยครับ ต่อจากนี้ก็ขอความกรุณาช่วยเป็นกำลังใจให้พวกผมด้วยนะครับ)
 
 
Translate By ss_t-satsuki
 
Take Out With Full Credit

edit @ 10 Nov 2011 16:17:11 by SatJanG

 

ยองมินเรลล่าเป็นบุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งมี
 

มารดาของยองมินเรลล่าเสียชีวิตตั้งแต่ยองมินเรลล่ายังเล็ก

 

เป็นเหตุให้บิดาของยองมินเรลล่าจำใจแต่งงานใหม่

 

กับมาดามจองซึ่งเป็นหม้ายและมีลูกสาวติดมาสองคน

 

เพราะอยากให้ยองมินเรลล่ามีแม่

 

ไม่นานนักหลังจากนั้น เศรษฐีผู้เป็นบิดาก็เสียชีวิต

 

ทำให้ธาตุแท้ของแม่เลี้ยงจองปรากฏขึ้น

 

นางกับลูกสาวใช้งานยองมินเรลล่าราวกับเป็นสาวใช้

 

และใช้จ่ายทรัพย์ที่เป็นของยองมินเรลล่าอย่างฟุ่มเฟือย

 

ยองมินเรลล่ายอมทนลำบากทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง

 

มีจดหมายเรียนเชิญหญิงสาวทั่วอาณาจักรให้มาที่พระราชวังเพื่อร่วมงานเต้นรำ

 

แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ พระราชาดง ต้องการหาคู่ครองให้กับเจ้าชายกวัง

 

ซึ่งเป็นพระโอรสองค์เดียว จึงใช้งานเต้นรำบังหน้า

 

เมื่อรู้ข่าว ลูกสาวทั้งสองต่างพากันดีใจที่บางทีตนอาจมีโอกาสได้เต้นรำ

 

และได้แต่งงานกับเจ้าชายกวังก็เป็นไปได้

 

เช่นกันกับยองมินเรลล่า เพราะเธอใฝ่ฝันมาตลอดเวลาว่า

 

จะได้เต้นรำในฟลอร์ที่งดงามและเป็นอิสระจากงานบ้านอันล้นมือ

 

แต่แน่นอน เมื่อเด็กสาวขอไป แม่เลี้ยงจองใจร้ายจึงกลั่นแกล้งต่างๆ นานา

 

จนยองมินเรลล่าไม่มีชุดใส่ไปงานเต้นรำ

 

ยองมินเรลล่าเสียใจมาก จึงหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียว

 

ทันใดนั้นนางฟ้าอูแม่ทูนหัวของยองมินเรลล่าก็ปรากฏตัวขึ้น

 

และบันดาลชุดที่สวยงามที่สุดให้ยองมินเรลล่า

 

พร้อมกับบอกให้เด็กสาวไปงานเต้นรำ

 

แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืน

 

ไม่เช่นนั้นเวทมนตร์จะเสื่อม

 

ยองมินเรลล่า ได้ทำตามความฝัน

 

 แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ

 

คู่เต้นรำที่เธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นคือเจ้าชายกวังนั่นเอง

 

ทั้งสองตกหลุมรักกันทั้งที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย

 

แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ยองมินเรลล่าก็รีบหนีไปโดยลืมรองเท้าแก้วเอาไว้

 

เจ้าชายกวังเก็บรองเท้าไว้ได้

 

จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้น

 

เสนาบดีซองได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่างๆ

 

เพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยงจอง

 

เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก

 

พร้อมทำลายรองเท้าแก้วจนแตกละเอียด

 

ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายกวังพบ

 

แต่สุดท้าย

 

ยองมินเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมา

 

และสวมให้กับเสนาซองได้ดู

 

ทำให้ยองมินเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชายกวัง

 

มีลูกกันเต็มบ้านเต็มเมือง(?) และมีความสุขจนตราบนานเท่านาน

 

...................................................................... 

 

จบ ตำนานรัก บฟ ภาค 2 ตอน ยองมินเรลล่า

edit @ 7 Nov 2011 21:08:12 by SatJanG

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

  
มีสองตายายซองจองซึ่งเป็นสามีภรรยากัน
 
 
ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
 

ทั้งคู่ช่วยกันทำมาหากินอย่างขยันขันแข็งทุกวัน

  
จนวันหนึ่ง
 

ในขณะที่คุณยายจองไปซักผ้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ 

 

ก็มีลูกท้อขนาดยักษ์ลูกหนึ่งลอยตามแม่น้ำมา

 

คุณยายจองจึงเก็บกลับมาที่บ้านเพื่อนำมาให้คุณตาซองกิน

 
 

แต่เมื่อผ่าลูกท้อออกมา

 
ทั้งคู่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในลูกท้อ
 

โดยเด็กผู้ชายคนนั้นได้บอกว่า  

 
สวรรค์ส่งตัวเขาให้มาเป็นบุตรของสองตายายซองจอง
 

สองตายายซองจอง ตั้งชื่อให้เด็กผู้ชายคนนั้นว่า 

 
 

โมโมมินอู ซึ่งมาจาก โมโมะ ที่แปลว่าลูกท้อนั่นเอง

  

เดือนปีผ่านไป เมื่อโมโมมินอูเติบโตขึ้น

 

เขาก็ได้ยินว่ามี โอนิดง (โอนิแปลว่ายักษ์) ตนหนึ่ง

 

ได้ออกอาละวาด สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านไปทั่ว

 

โมโมมินอูจึงบอกกับสองตายายซองจองว่า

 

โมโมมินอูจะเป็นผู้ขออาสาไปปราบ โอนิดง ที่เกาะ โอนิดงชิมะ เอง

 

สองตายายซองจองจึงได้ทำดังโกะ 

 
และมอบให้แก่โมโมมินอู เพื่อใช้เป็นเสบียงในระหว่างการเดินทาง
 

ระหว่างทาง โมโมมินอูได้พบกับ หมีพูและปิกาจู

 

เขาได้แบ่งดังโกะให้หมีพูและปิกาจูกิน

 
พร้อมกับชักชวนให้ไปช่วยกันปราบโอนิดง
 

เมื่อไปถึงเกาะโอนิดงชิมะ โมโมมินอูและหมีพูกับปิกาจู

 

ก็ได้ร่วมมือกันต่อสู้จนสามารถปราบโอนิดงได้สำเร็จ

 

ด้วยท่าไม้ตาย หมีพูลูกท้อแสนโวลต์(ยังไง)

 

แล้วโมโมมินอูก็เดินทางกลับบ้าน

 
พร้อมกับนำสมบัติกองโตของโอนิดงกลับมาด้วย
 

ท่ามกลางความยินดีของสองตายายซองจองและเหล่าชาวบ้านในหมู่บ้าน

 
..........................................................
 
 
จบ บฟ ผจญภัย ภาค1 โมโมมินอู

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายอูตัวหนึ่ง


เป็นกระต่ายที่ชอบอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ


วันหนึ่ง


ในขณะที่เจ้ากระต่ายอูตัวน้อยกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่เพลินๆ


ก็มีผีเสื้อแปลกหน้าดง


บินเข้ามาเกาะที่หน้าผากของเจ้ากระต่ายน้อยอู


ราวกับว่าอยากจะขออ่านหนังสือด้วย


แม้ว่ากระต่ายน้อยอู จะเพิ่งเคยพบกับผีเสื้อดงเป็นครั้งแรก


แต่กลับรู้สึกผูกพันกับผีเสื้อดงอย่างประหลาด


แล้วดงอูก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ


แต่แล้ววันหนึ่ง กระต่ายน้อยอู ก็มานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิม รอผีเสื้อดง


แต่ว่าผีเสื้อดงก็ไม่มาซักที


กระต่ายอูก็เลยเอาหนังสือเรื่องผีเสื้อขึ้นมาอ่าน


กระต่ายอูยืมหนังสือมาจากห้องสมุดก็เพราะว่าอยากจะรู้จัก ผีเสื้อดงให้มากขึ้น


แต่แล้วก็ต้องพบว่า ผีเสื้อเป็นแมลงปีกสวยที่มีอายุแสนสั้น


หลังจากที่ผีเสื้อออกมาทำหน้าที่ของมันได้ไม่นานนัก

 

มักก็จะต้องลาจากโลกนี้ไป


กระต่ายน้อยอูก็คิดถึงผีเสื้อดง เพื่อนของตัวเองว่า ทำไมถึงยังไม่มาซักที


ในขณะนั้นเอง กระต่ายอูก็เหลือบไปเห็นผีเสื้อดงค่อยๆบินตรงเข้ามาหา


ด้วยท่าทางที่ดูอ่อนแรงจนน่าสงสาร


แม้ว่าเจ้าผีเสื้อดงจะรู้ว่า วาระสุดท้ายของตนกำลังจะมาถึง


แต่ผีเสื้อดงก็พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่


เพื่อที่จะกลับมาพบกับกระต่ายน้อยอูอีกครั้ง


กระต่ายน้อยอูเศร้าใจมาก


และก่อนที่ผีเสื้อดงจะจากไป


กระต่ายอูก็ตัดสินใจจูบที่ปีของผีเสื้อดง ด้วยความรัก


หลังจากนั้นเอง ผีเสื้อดงก็กลายเป็นกระต่ายดงสุดหล่อ


กระต่ายดงก็เล่าให้กระต่ายอูฟังว่า จริงๆแล้ว

 

ดงก็เป็นเพียงกระต่ายตาดำๆตัวนึง


ที่ซน ไปแอบจิ๊กแครอทของแม่มดจองมากิน


แม่มดจองก็เลยสาปเอาซะให้กลายเป็นผีเสื้อดง


ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้ดงพ้นจากคำสาปก็คือ


ดงจะต้องได้รับการจุมพิตจากสุภาพสตรีที่รักดงจากส่วนลึกของหัวใจ


เจอแบบนี้เข้าไป กระต่ายน้อยอูก็เขินอ่ะดิ


แล้วกระต่ายดงสุดหล่อ ก็สารภาพด้วยว่า


ดงหลงรักกระต่ายสาวอู(?)ตั้งแต่แรกพบ


ดังนั้น ดงจึงตัดสินใจจีบ เอ้ย เข้าไปใกล้ชิดกับกระต่ายสาวอูทันทีที่ได้เห็น


แล้วกระต่ายดงสุดหล่อก็ขอกระต่ายน้อยอูแต่งงาน


มีลูกด้วยกันเต็มบ้านเต็มเมือง(?)


.........................................................


จบ ตำนานรักดงอู ภาค1 กระต่ายและผีเสื้อ

edit @ 7 Nov 2011 01:30:47 by SatJanG

My new watch ^^

posted on 13 Apr 2011 01:10 by t-satsuki  in Diary
 
 
เมื่อวันก่อนไปซื้อนาฬิกามาใหม่
 
ได้เป็นของขวัญวันเกิดแหละ 
 
 
แต่ก็ล่วงหน้าตั้งเดือนนึง
 
ทีนี้ วันเกิดเราก็จะไม่ได้ของขวัญแล้ว 
 
 
วันนี้ก็สงกรานต์แล้วสินะ 
 
ปวดท้องจนทำอะไรไม่ได้
 
 
เมื่อวานเรานอนตั้งตีสี่ ตอนนี้ก็ตีหนึ่งกว่าๆแล้ว
 
เราควรจะนอนได้แล้ว
 
 
ก่อนที่ตาเราจะกลายเป็นแพนด้าไปมากกว่านี้
 
 
และท้ายที่สุดก่อนจะจากลาคอมพิวเตอร์ไปนอน
 
ก็ไม่มีอะไรจะพิมพ์อยู่ดี
 
นอนดีกว่า
 

Mameshiba 20 Cocoa Bean

posted on 12 Apr 2011 21:55 by t-satsuki  in mameshiba
 
ティラミスはイタリア語で「私を天国に連れて行って」。
 
คำว่าทิรามิสุ ในภาษาอิตาลีแปลว่า พาฉันไปสวรรค์ที (ไปตายนั่นแหละ)

Mameshiba 19 Fava Bean

posted on 12 Apr 2011 21:52 by t-satsuki  in mameshiba
 
ウナギが黒いのは日焼けのしすぎ。
 
ที่ปลาไหลมีสีดำก็เพราะว่ามันอาบแดดมากเกินไป

Mameshiba 18 Lentil

posted on 12 Apr 2011 21:49 by t-satsuki  in mameshiba
 
ダチョウの脳は目玉より小さいから覚えたことをすぐに忘れる。
 
เพราะว่านกกระจอกเทศมีสมองที่เล็กกว่าตา จึงทำให้ลืมทุกเรื่องได้ในทันที

edit @ 12 Apr 2011 21:51:48 by SatJanG

Mameshiba 17 Pistachio

posted on 12 Apr 2011 21:46 by t-satsuki  in mameshiba
 
カメレオンは強いショックをうけると真っ白になる。
 
กิ้งก่าเปลี่ยนสี เวลาเจอเรื่องช๊อกมากๆ แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีขาว

Mameshiba 16 Soybean

posted on 12 Apr 2011 21:43 by t-satsuki  in mameshiba
 
母乳は飲み始めと飲み終わりで味が違う。
 
น้ำนม ตอนดื่มตอนแรก กับตอนดื่มเสร็จแล้ว รสชาติต่างกัน